ตารางเครื่องมือที่ผมสอนในคลาส — Flow, Kling, Seedance, CapCut, Freepik, Manus + บอกชัดๆ ว่า "งานไหน เรียกตัวไหน"
ไม่เคยมีคนที่ทำ Creative AI ระดับ professional ที่ใช้แค่ 1 เครื่องมือครับ เขา "กระโดด" ไปมา หยิบดีที่สุดของแต่ละตัวมาประกอบ cheat-sheet นี้คือ stack ที่ผมสอนจริง — คุณไม่ต้องเก่งทุกตัวให้สุด แค่รู้ว่า "งานนี้เรียกใช้ตัวไหน" เหมือนเชฟเลือกมีดให้ถูกงาน
| เครื่องมือ | เก่งเรื่อง | ใช้ตอน |
|---|---|---|
| Flow | สร้างวิดีโอ + ตัวละครจากศูนย์ | เปิดฉากแรก สร้างซีนใหม่ |
| Kling (Omni) | โหลดคลิปตัวเองมาแก้ ใส่ transition | มีคลิปอยู่แล้ว อยากต่อ/แก้ |
| Seedance 2.0 | เปลี่ยนภาพนิ่งเป็นวิดีโอสมจริง | มีภาพ อยากให้ขยับ |
| CapCut | ตัดต่อ ต่อคลิป ใส่ซับ ใส่เสียง | รวมทุกอย่างเป็นคลิปจบ |
| Google AI Studio | generate เสียงพูดไทยจาก text | ต้องการเสียงบรรยายไทย |
| Freepik | งานที่ต้องการ "control" ละเอียด | คุมรายละเอียดภาพเป๊ะๆ |
| Manus | ต่อตรง IG / Facebook Ads (Meta ซื้อแล้ว) | ยิง ad Meta เยอะ วิเคราะห์ insight |
ไม่ต้องยาว แค่ 1 ไอเดียที่ดึงคน — เช่น "blaster ยิงมอนสเตอร์ แล้ว superhero ยืนท่าชนะ"
เทคนิคที่นักเรียนทำได้จริง: กำหนด "First Frame" + "Last Frame" แล้วให้ AI สร้าง transition ตรงกลาง ดูสมจริงกว่ามาก
เอาคลิปจาก Flow มาต่อ ตัดต่อ ใส่เสียงพูดไทยจาก Google AI Studio — จบเป็น 1 คลิป
หัวใจ: "กระโดด" ไปมา เอาดีที่สุดของแต่ละตัวมาประกอบในช็อตสุดท้าย ไม่ยึดติดตัวเดียว
แอด Line OA มาเล่าให้ผมฟังว่าคุณอยากทำคลิปแนวไหน (ขายของ / โปรโมตแบรนด์ / รับงาน) เดี๋ยวผมแนะนำว่าควรเริ่มจากเครื่องมือตัวไหนก่อนครับ
แอด Line OA รับของเพิ่ม → Limitless Club · Shortcut to AI Expert